Pol Pot

ส่วนใหญ่สิ่งที่เรานำมาเสนอให้ทุกท่านนั้นได้รู้ในวันนี้ส่วนใหญ่แล้วจะมีการเกี่ยวข้องกับการเมืองอยู่บ้าน เพราะว่าถ้าไม่ใช่คนมีอำนาจก็ไม่สามารถทำในสิ่งที่แตกต่าง หรือทำในสิ่งที่มันเกินตัวได้ดังนั้นเดี๋ยววันนี้เราจะมาพูดถึง Pol Pot หรือจะเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าพลพตเขาเป็นคนที่มีความเกี่ยวข้องแล้วมีอุดมการณ์ที่สูงส่ง แล้วเขาก็มีอุดมการณ์ที่บ้าคลั่งและทำให้เกิดการเสียชีวิตจำนวนมากของผู้คน ซึ่งเขาเห็นชีวิตของผู้อื่นก็เป็นแค่หมากที่เอาไว้ใช้เดิน เพื่อทำให้เขานั้นสามารถเดินต่อไปได้โดยไม่มีปัญหา หรือสามารถทำให้เขาก้าวไปอยู่ในจุดที่เขามีอำนาจหลายคนก็คงจะรู้กันดี สำหรับคำว่าอุดมการณ์ไม่ใช่ว่ามันเป็นคำที่ไม่ดีแต่บางครั้งอุดมการณ์ มันก็เป็นสิ่งที่นอกเหนือกรอบจนเกินไปสำหรับบางคนคำว่าอุดมการณ์ มันก็อาจจะหมายถึงชีวิตเลยก็ได้เพราะอุดมการณ์ที่แรงกล้าเกินไปมันก็อาจจะไม่ดีเช่นกัน

ทุกคนน่าจะรู้จักกันดีไม่ว่าจะเป็นฮิตเลอร์หรือสตาลินทั้งหมดนี้เขาก็เป็นคนที่สร้างประวัติศาสตร์ที่โหดเหี้ยยมเอาไว้ ถ้าทำให้ใครหลายคนนั้นหวาดกลัวหวาดผวา ไปกับสิ่งที่พวกเขาทำมีการฆ่ากันอย่างบ้าคลั่งฆ่ากันเหมือนชีวิตมนุษย์นั้นไม่มีค่า แล้ววันนี้เราจะมาพูดถึงพลพจน์ซึ่งเขาก็เป็นคนกัมพูชาและเขาก็มีส่วนที่ทำให้ผู้อื่นในกัมพูชานั้นได้เสียชีวิตไปกว่า 2 ล้านคน เพราะความคิดว่าอุดมการณ์ของตนเองนะมันถูกและบางครั้งอุดมการณ์ที่มันสุดขั้วจนเกินไป เป็นอุดมการณ์ที่บ้าคลั่งจนทำให้ผู้อื่นนั้นเดือดร้อนไปด้วยแล้วเขาก็มีฉายา โดยเขาได้มีคนตั้งฉายาว่า Brother Number One นั่นเขาก็หมายถึงพี่ชายหมายเลข 1 หรืออันดับ 1 แห่งกัมพูชานั้นเองซึ่งต้องบอกเลยว่าความบ้าคลั่งในอุดมการณ์ของเขานั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดรอยร้าว และเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรม

ประวัติของ Pol pot

ต้องบอกก่อนว่าเขาเกิดมาในช่วงที่เขาเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสเขาเกิดมาอยู่ในครอบครัวที่ดีพอสมควร และส่วนพี่สาวเขาเป็นนางรำในวังซึ่งจึงทำให้เขานั้นได้เข้าออกวางอยู่บ่อยครั้ง และเนื่องจากด้วยที่ว่าเขาเป็นเด็กที่มีความเรียบร้อยมีมารยาทจึงเป็นเด็กที่สร้างความพึงพอใจพอสมควรแก่ผู้พบเห็น และด้วยความที่เขาก็พอมีเส้นสายอยู่จึงได้ไปเรียนเกี่ยวกับไฟฟ้า และคลื่นวิทยุที่ปารีสแต่ด้วยที่ความเขาไม่ได้ตั้งใจเรียนสักเท่าไหร่นัก ซึ่งเขาชอบอ่านหนังสือเสียมากกว่าแต่ไม่ชอบเรียนแล้วหลังจากนั้นเพียง 2 ปีเท่านั้นเขาได้เข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์ของฝรั่งเศส ซึ่งเขาได้เข้าร่วมกับอุดมการณ์ที่ต่อต้านการล่าอาณานิคมของฝรั่งเศส แต่ด้วยความที่สมาชิกของพักนี้ไม่ค่อยที่จะชอบเขาเท่าไหร่นักจึงมีการผลักดัน เพื่อให้เขามาสนับสนุนให้เป็นหัวหน้ากลุ่มย่อยเพิ่มขึ้นจึงทำให้เขาเริ่มกับเพื่อนที่อยู่ด้วยกัน ในพรรคที่เคยไปกรุงเบอร์ลินด้วยกันปิดปากแล้วเขาก็ได้สร้างวีรกรรมครั้งใหญ่โดยการส่งจดหมายไปยังกษัตริย์

Pol Pot
Pol Pot
Pol Pot

โดยต้องบอกก่อนว่าข้อความในจดหมายที่เขาได้ส่งไปนั้นได้เขียนว่าฆาตกรของประชาธิปไตยที่กำลังก่อตัว จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมเขา จึงเริ่มเป็นตัวปัญหาและก็เป็นผู้ที่มีอุดมการณ์ที่แรงกล้าขึ้นเรื่อยๆ แล้วต่อมาทางฝรั่งเศสได้สั่งปิดสมาคมนักศึกษากัมพูชาที่พวกเขาได้อยู่กันแล้วเขาก็พยายามเข้าไปเกี่ยวเนื่องกับการเมืองเข้าไปมากขึ้นเรื่อยๆและสุดท้ายเขาก็ต้องกลับมายังประเทศของตนเองเพราะว่าเขาไม่ได้ทำตามเป้าหมายในการได้ทุนไปเรียนซึ่งมันผิดเงื่อนไขของทุนเขาจึงได้กลับมา ที่ว่าเขาก็ไม่ใช่เป็นคนที่จนอะไรบ้านทั้งบ้านก็มีฐานะเขาสามารถใช้ชีวิตที่ดีได้ด้วยซ้ำโดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลยแล้วสุดท้ายเขาก็ได้ ทำงานเป็นทั้งครูสอนหนังสือและอีกด้านหนึ่งของเขาก็คือสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ของเขมรไปด้วยซึ่งเขาก็ร่วมมือเพื่อที่จะทำสงครามกับฝรั่งเศสและเขาก็ยังมีอุดมการณ์ของเขาที่แรงกล้าอยู่เช่นนั้นโดยที่ไม่เปลี่ยนแปลงแล้วก็ทำหน้าที่เป็นคนประสานงานระหว่างพรรคการเมืองและพรรคคอมมิวนิสต์

ยุครุ่งเรืองของเขมรแดง

ต้องบอกเลยว่านี่เป็นยุคที่ชาวพนมเปญจะได้อยู่กับเจ้านายใหม่ซึ่งนั่นก็คือเขมรแดงนั่นเอง โดยเขาใช้ความคิดที่ว่าและเอาไปอ้างกับชาวเมืองเพื่อเป็นการหลบหนีการทิ้งระเบิดจากเครื่องบิน โดยเครื่องบินที่ปล่อยน้ำเป็นของสหรัฐซึ่งเขาไม่พอใจมากที่รัฐบาลที่ตัวเองหนุนถูกโค่นล้ม จึงได้มีการอ้างกับประชาชนเพื่อให้เดินทางไม่ไกล 2-3 กิโลเมตรเท่านั้น ประตูบ้านไม่ต้องล็อคก็ได้เพราะจะมีคนดูแลให้ทุกอย่างดังนั้นจึงทำให้บรรดาผู้คนภายในหมู่บ้านต่างๆ เริ่มออกเดินทางโดยไม่รู้ตัวเลยว่าที่กล่าวอ้างมานั้นเป็นคำโกหกทั้งสิ้นที่มาจากพลพตเป็นการโกหกซึ่งมันก็ทำให้พนมเปญกลายเป็นเมืองร้างไปเลยเพราะชาวเมืองนั้นได้เดินทางตามที่เขาได้กล่าวเอาไว้ ซึ่งสาเหตุที่เขาได้ทำแบบนี้ก็เพราะว่าประชาชนที่อยู่ในนี้กว่า 2 ล้านคนอย่างไรก็ตามก็คงไม่มีคนที่จะชอบเขาทั้งหมดแน่นอน

ดังนั้นจึงเป็นการตัดปัญหาดังนั้นการทำวิธีนี้จึงอาจจะเป็นวิธีที่น่าจะปลอดภัยที่สุด และกัมพูชาก็กลายเป็นคอมมิวนิสต์เต็มตัวแล้วก็เป็นประเทศแรกของโลกเลยก็ว่าได้โดยที่มีผู้นำเขมรแดงถึง 2 คน และส่วนใหญ่ทหารของรัฐบาลเก่าก็โดนให้เดินทางไปที่ที่หนึ่งโดยมีคำกล่าวอ้างของเขมรแดง เพื่อไปเข้าเฝ้ากษัตริย์แต่สุดท้ายนั่นก็เป็นเพียงแค่คนลวงเพื่อนำทหารเหล่านี้ไปปิดชีพเท่านั้น เพราะเขมรแดงนั้นกลัวการกลับมาล้างแค้นแล้วต้องบอกเลยว่า ไม่ว่าจะเป็นนักบวชจากศาสนาใดก็ตามก็โดนค่าเช่นเดียวกันจบด้วยชะตากรรมเดียวกัน มีการฆ่ากันอยู่เรื่อยๆจนทำให้ชะตากรรมของแต่ละคนไม่หนีกันไปเลยยังไม่พอพลพจน์ยังมีการล้างสมอง เพื่อให้ชาวเขมรกลายเป็นคนคอมมิวนิสต์และมีความคิดหรืออุดมการณ์เดียวกับตนเอง แล้วต้องบอกก่อนเลยว่าเขมรแดงนั้นเป็นพวกที่เชื่ออะไรไม่ได้เลยเป็นพวกหน้าไหว้หลังหลอกแล้วเมื่อปี 1976 กษัตริย์สีหนุได้เห็นธาตุแท้ของพลพตจึงให้ออกจากตำแหน่ง

แต่ก็มีหลายคนที่พยายามต่อต้านพลพตและต่อต้านเขมรแดงแต่ก็ยังไม่สำเร็จ แม้แต่การพยาบาลชิงอำนาจจากพลพจน์ก็ยังทำไม่สำเร็จ และในเวลาต่อมาเขมรแดงก็ถึงจุดจบ เพราะถูกเวียดนามกวาดล้างเพราะเขาได้โจมตีเวียดนามอยู่บ่อยครั้งร้านไหนต่อมาจีนกับเวียดนามได้มาจับมือการร่วมมือกันทางเศรษฐกิจ แล้วหลังจากนั้นเขมรแดงกว่าครึ่งก็ได้ย้ายไปอยู่ที่อื่นกันหมดแอบหนีไป โดยที่ไม่บอกไม่กล่าวจึงทำให้ระส่ำระสายกันเต็มที่แล้ว แล้วเหมือนจะไปกันต่อไม่รอดแต่เชื่อไหมว่าพลพตไม่ได้รู้สึกผิดเลย และก็ไม่ได้รู้ถึงความชั่วร้ายของตนเองเลยเพราะเขาได้กล่าวว่าคน 2 ล้านคนที่ตายไปนั้นไม่ใช่ เพราะเขาแต่จำเป็นที่จะต้องเสียสละเพื่อสังคมเพื่อคอมมิวนิสต์แบบเต็มรูปแบบ แล้วมันก็เป็นความผิดพลาดที่เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ 

Close Menu